อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตนำเสนอผลงานวิจัยกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ ในงานThailand Research Expo 2017


      รศ.คณาธิป  ทองรวีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันกฎหมายสื่อดิจิทัล และอาจารย์ชลธิชา  สมสอาด ผู้ช่วยผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ได้ร่วมกันนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “ปัญหาทางกฎหมายของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ในการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลจากการส่งสแปม”  ในงาน   Thailand Research Expo  2017 ภาคการประชุม วันที่ 26 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยได้รับทุนอุดหนุนของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

         ความเป็นมาของงานวิจัย คือ ปัจจุบันนี้มี การส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้รับโดยผู้รับมิได้เรียกร้อง เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง การส่งข้อมูลดังกล่าวอาจกระทำในหลายรูปแบบ เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์  ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่  ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผ่านโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ  ปัญหาในแง่สิทธิส่วนบุคคลของการส่งข้อมูลดังกล่าว ก็คือ ลักษณะของการส่งข้อมูลที่เป็นการติดต่อสื่อสารที่ผู้รับการติดต่อ “มิได้เรียกร้องหรือเชื้อเชิญ” ซึ่งอาจจำแนกพิจารณาว่ามีลักษณะที่สำคัญสองประการ คือ ผู้ติดต่อและผู้รับการติดต่อมิได้มีความสัมพันธ์กันอยู่ก่อน และ ผู้รับการติดต่อมิได้ให้ความยินยอมในการติดต่อนั้น  การติดต่อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว ของผู้รับการติดต่อ หากเราตั้งคำถามว่า วัตถุประสงค์ของการติดต่อโดยมิได้เรียกร้อง เพื่ออะไร เราอาจสามารถจำแนกการติดต่อดังกล่าวได้เป็นสองกลุ่ม กล่าวคือ การติดต่อเพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ เช่น เสนอขายสินค้า  การติดต่อเพื่อวัตถุประสงค์ที่มิใช่เชิงพาณิชย์   เช่นการส่งข้อมูลดังกล่าวอาจเรียกว่าสแปม (Spam)  ซึ่งพัฒนาการมาจากการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Spam Email) เป็นการส่งในปริมาณมากไปยังผู้รับหลายรายการส่ง “Spam” นั้นส่งผลกระทบในแง่ของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ของบุคคลหลายฝ่าย ที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว (Right to privacy)  ของผู้รับการติดต่อ ความพยายามแก้ปัญหาการส่งสแปม ปรากฎให้เห็นจากวิธีการทางเทคนิค เช่น  ผู้ให้บริการระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์อาจมีการใช้ซอฟท์แวร์ ที่ออกแบบขึ้นสำหรับการคัดกรองจดหมายอิเล็กทรอนิคส์   นอกจากมาตรการทางเทคนิคดังกล่าวข้างต้น   หลายประเทศได้ใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อควบคุมการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อันมีลักษณะเป็นสแปม

         ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษามาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย กล่าวคือ  หลักการควบคุมสแปมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560  ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560   ซึ่งได้วางหลักเกี่ยวกับ Spam ไว้โดยเพิ่มเติมวรรค 2 วรรค 3 มาตรา 11 แต่ยังมีปัญหาหลายประการ 

          การวิจัยนี้เป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นการศึกษากฎหมาย การตีความและปรับใช้กฎหมาย ปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการศึกษาข้อมูลเอกสาร และสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การวิจัยนี้จะทำการวิจัยกฎหมายเปรียบเทียบ (Comparative analysis) โดยนำกฎหมายของสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ มาวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบกับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ของไทย ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบของงานวิจัยนี้จะนำไปสู่บทสรุปและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายของไทยต่อไป

ข่าววันที่ : 04/10/2017